วันศุกร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2555

"Silent Hill: Downpour"

      เกมภาค Downpour ถือเป็นเกมภาคล่าสุดในซีรีส์ Silent Hill ในช่วงระยะเวลาเกือบสามปี โดยมีเกมภาคสุดท้ายออกมาในชื่อ "Silent Hill: Homecoming" ออกวางจำหน่ายที่อเมริกาไปเมื่อวันที่ 30 กันยายน ปี 2008 และวางจำหน่ายที่ยุโรปในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ปี 2009
     
      ในเกมผู้เล่นจะสวมบทเป็น "Murphy Pendleton" นักโทษในเรือนจำที่ต้องพบกับความน่าสะพรึงกลัว ตัวเอกคนดังกล่าวต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบากท่ามกลางเมืองที่ปกคลุมไปด้วยม่านหมอกในโลกของไซเลนต์ ฮิลล์ เขาโดดเดี่ยวและหลงทางอยู่ในป่า หลังจากรถที่ขนย้ายนักโทษประสบอุบัติเหตุเข้าให้ แต่ความจริงแล้วเขาก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอย่างแท้จริง ส่วนฉากใหม่ๆที่เราได้เห็นประกอบด้วย The Diner และThe Devil's Pit
     
      รูปแบบเกมเป็นแนวสยองขวัญ ระหว่างการผจญภัยจะได้พบกับปริศนา รวมถึงสิ่งมีชีวิตแปลกๆ และจากชื่อภาคว่า "Downpour" ที่แปลว่า "ฝนตกหนัก" หรือ "ฝนห่าใหญ่" ทำให้เกมภาคนี้มีความเกี่ยวข้องกับน้ำค่อนข้างเยอะ เป้าหมายของการเล่นเกมคือการทำ side-quests มุมกล้องจะมีการผสมสานระหว่างมุมกล้องมุมสายตาปกติแบบเกมภาคดั้งเดิม รวมถึงมุมกล้องแบบใหม่ที่อยู่หลังตัวละครเหมือนกับเกมภาค Homecoming



ศึกดวลแข้ง FIFA Street ภาคใหม่ล่าสุดมาให้เราได้สนุกกันอีกแล้ว


      กลับมาอีกครั้งกับศึกดวลหน้าแข้งสะใจคอบอลแนวบอลข้างถนน ถ้าเพื่อน ๆ ชาว Notebook4game กัน FIFA หากคุณเพื่อเบื่อวินนิ่ง แล่ะชอบ FIFA เกมนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเกมที่ชาวเกมคอบอลห้ามพลาด น่าเสียดายที่เกมนี้ไม่ได้ลงในฝั่งของ PC สำหรับสาวกคอนโซลเตรียมเล่นกันได้เลย งานนี้ทาง EA แจ้งว่าประกาศวางจัดจำหน่ายในช่วง มีนาคม 2012 ทั้งฝั่ง PS3 และ XBOX360 เรามาดู Screen shot และ ตัวอย่าง Trailer ให้หายกันเลยดีก่า

PS VITA

PS VITA เป็นชื่ออย่างเป็นทางการของเครื่องเล่นเกมส์พกพารุ่นใหม่จาก SONY ที่พึ่งจะถูกประกาศชื่อใหม่ในงาน Sony's Press Conference ครั้งล่าสุด หลังจากที่มีเปิดตัวและใช้ชื่ออย่าง PSP2 หรือ NGP โดย PS VITA รุ่นแรกจะใช้รหัสเครื่องว่า PCH-1000 Series และจะแบ่งเป็น 2 รุ่นย่อยลงมาคือ รุ่นที่มี Wi-Fi กับ รุ่นที่มี Wi-Fi และ 3G รองรับหน้าจอสัมผัส มี Bluetooth , GPS หน้าจอขนาด 5 นิ้ว CPU ทำงานแบบ 4 Core ARM CORTEX-A9


ส่วน ราคาของทั้ง 2 รุ่นนั้น ถ้าเป็นเครื่องที่มีเฉพาะ Wi-Fi จะมีราคาอยู่ที่ประมาณ $249 หรือถ้าเป็นรุ่นที่มี Wi-Fi และ 3G จะมีราคาอยู่ที่ $299 โดยอุปกรณ์ต่างๆ ของ PS VITA จะประกอบไปด้วย Dual Touch Pads สองด้าน , กล้อง dual camera สองด้าน , จอภาพแบบ OLED , ระบบจับการเคลื่อนไหว six-axis motion sensors , GPS และอนาล็อคสองข้าง

รายละเอียดสเปกเครื่อง PS VITA พร้อมฟังก์ชั่นพิเศษในการใช้งานต่างๆ

PLAYSTATION VITA คำว่า Vita ในภาษาละติน มีความหมายว่า "ชีวิต" โดยทาง SONY หวังว่าจะเชื่อมต่อความบันเทิงและเครือค่ายสังคมเข้ากับชีวิตของผู้คนเข้าด้วยกัน โดยจะเห็นได้ว่า PS VITA ถูกออกแบบมาให้มีฟังก์ชั่น NETWORK อย่าง Wi-FI ,3G แอฟพลิเคชัน Party และ Near สำหรับติดต่อสื่อสารกับเพื่อนหรือคนรู้จัก และข่าวที่ออกมา PS VITA จะสามารถเล่นออนไลน์กับเครื่อง PS3 ได้ รวมถึงการนำเซฟมาใช้ร่วมกันได้ด้วย

-Street Fighter X Tekken
เกมส์ตู้ยอดฮิตที่ถูกจับมาลงในเครื่องคอนโซลอย่าง PS3 และ XBOX360 ล่าสุดถูกนำมาลงใน PS VITA ด้วย นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มตัวละครใหม่อย่าง Cole จากเกมส์ Infamous ซูเปอร์ฮีโร่ที่ใช้พลังสายฟ้าเข้ามาร่วมประชั่นหมัดด้วย

-BioShock
เกมส์ FPS ที่เคยโด่งดังและกำลังจะมีภาคใหม่ออกมาบน PS3 XBOX360 ด้วย ล่าสุดมีข่าวว่าจะถูกนำมาลงใน PS VITA ด้

-LittleBigPlanet
สำหรับ เกมส์นี้เคยถูกนำมาลงในเครื่อง PSP อยู่แล้ว ล่าสุดจะมีภาคใหม่ที่จะถูกนำมาลงใน PS VITA แนวเกมส์สนุกๆ ที่รองรับผุ้เล่นหลายคนกับมินิเกมส์สนุกๆ นอกจากนี้ภายในคลิปวีดีโอยังเผยการเล่นแบบ ทัชสกรีน สัมผัสหน้าจอ ที่ดูน่าเล่นทีเดียว

-WipEout 2048เกมส์ยานบินอวกาศความเร็วสูงกับภาพที่ชัดและสวยสุดๆ เมื่อถูกนำไปแสดงผลบน PS VITA

แต่เดิม PS VITA ประกาศเปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2011 ที่ประเทศญี่ปุ่น (เวลา 15.00 น.) ในงาน Playstation Metting 2011 โดยชื่อเปิดตัวครั้งแรกคือ SONY NGP (Sony Next Generation Portables) หลังจากที่เราเรียกๆ กันว่า PSP2 มาตลอด โดยภายในงานเปิดตัวครั้งแรกยังเผยรายละเอียดของเกมส์ดังที่เคยลงเครื่อง PS3 นำมาลงใน NGP อย่าง Uncharted และเกมส์อื่นๆ อย่าง Killzone , Little Big Planet และ Reality Fighters สร้างความฮือฮาให้แก่ผู้เข้าชมงานไม่น้อยเลยทีเดียว http://www.pspinw.com

นอกจากนี้ยังมีการเผยคุณสมบัติต่างๆ ของ PS VITA ออกมาโดยหลังๆ มีดังนี้
คุณสมบัติของ PS VITA
-เพิ่มระบบทัชสกรีน จอ 5 นิ้ว ใช้หลอดไฟ OLED ในการแสดงผลหน้าจอ
-มีระบบสัมผัสควบคุมที่ด้านหลังของตัวเครื่อง
-เพิ่มการควบคุมโดยใช้จอยอนาล็อคคู่ ด้านซ้าย-ขวา อย่างล่ะหนึ่ง
-ระบบกล้อง 2 ตัว หน้าและหลัง http://www.pspinw.com
-ซอฟต์แวร์มีขนาดเล็ก และมีหน่วยความจำขนาดเล็กภายในตัว
-เพิ่มระบบจับการเคลื่อนไหว 3 แบบเข้ามา (
gyroscope, accelerometer and electronic compass)
-มี Wi-Fi และ 3G ในตัวสำหรับเชื่อมต่อเครือข่ายออนไลน์
-ระบบ Playstation Network (
"LiveArea™”, “Near” and “Activity”) และมีระบบถ้วยรางวัลคล้ายกับ PS3
-รองรับเกมส์ PSP , PS1 , วีดีโอและการ์ตูนที่มีให้เลือกดูใน Playstation Store



ร้านอาหารบ้านศรีสุวรรณ

จะขอมาแนะนำร้านอาหารอร่อยๆที่กินมาตั้งนานหลายต่อหลายครั้ง ก็คือ ร้านอาหารบ้านศรีสุวรรณ ร้านอาหารบ้านศรีสุวรรณ ตั้งอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยมหิดล (ศาลายา) ถนน พุทธมณฑล สาย 4  จังหวัด นครปฐม

บรรยากาศในร้านก็มีที่นั่งแบบด้านนอก และห้องแอร์ครับ อาหารที่นี่เป็นอาหารไทยและอาหารซีฟู้ดครับ  อาหารซีฟู้ดที่นี่ สด อร่อยครับ อาหารมีรสชาติอร่อยถูกปากจนติดใจเลยครับ

เมนูอาหารแนะนำของที่ร้านมีเยอะแยะเลยครับ เช่น กุ้งแม่น้ำผัดเกลือกระทะร้อน,ยำถั่วพู  ,หอยหลอดผัดฉ่า,ส้มตำปูไข่,ออส่วน กระทะร้อน,ผัดโหงวก๊วยกระเช้าเผือก,แกงส้มปูไข่หน่อไม้ดอง,แกงคั่วหอยขมใส่ชะอมร้านอาหารบ้านศรีสุวรรณ เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 -22.00 น.

สำหรับการเดินทางไปที่ร้านอาหารบ้านศรีสุวรรณ: ใช้ถนนเส้นปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ไปยังพุทธมณฑลสาย 4  และขับมาจนมาถึงหน้า มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา ก็จะเห็นร้านอาหารบ้านศรีสุวรรณ อยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยอยู่ทางด้านขวามือ บนถนนพุทธมณฑลสาย 4 ให้ขับรถไป U-Turn กลับมาค่ะ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยข้างธนาคารนครหลวงไทยครับ ก็จะเห็นร้านบ้านศรีสุวรรณ ครับ


กุ้งแม่น้ำผัดมันกุ้ง
 
Great!
เป็ดพะโล้





Sony VAIO J Series [จอเดียวครบครัน]

All-in-one PC ในปัจจุบันนับได้ว่ามีความนิยมเพิ่มมากขึ้นตามประสาคนอยู่คอนโดหรือห้องชุด ซึ่งมีพื้นที่จำกัด ครั้นจะใช้ PC ก็เกะกะ จะใช้โน้ตบุ๊กก็เล็กไปใช้งานไม่สะดวก All-in-one PC จึงเป็นอีกคำตอบหนึ่งที่น่าสนใจ ยิ่งในปัจจุบันหลายๆ ค่ายเริ่มส่งเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ซึ่ง Sony ก็ไม่พลาดที่จะส่งผลิตภัณฑ์ออกมาสู่ตลาดในบ้านเรา โดย All-in-one PC จาก SONY ตัวนี้ก็อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ซึ่งสวนทางกับขนาดของมัน ซึ่งปรกติ PC ทั่วไปจะมีขนาดที่ค่อนข้างเทอะทะ ต้องใช้พื้นที่ในการจัดวาง นอกจากจอแล้ว ยังต้องมีตัวเคสอีกต่างหาก เมื่อบางท่านต้องการความกะทัดรัดพร้อมกับประสิทธิภาพในสไตล์คอมตั้งโต๊ะ ท่านไม่ควรพลาดที่จะมองหา All-in-One PC สักตัวมาตอบสนองความต้องการของคุณ อีกทั้งยังมีฟังก์ชันเด็ดที่มีเฉพาะใน Sony เท่านั้น แต่จะเป็นอะไรนั้นเดี๋ยวได้รู้กัน
สเปกต่างๆ ที่น่าสนใจซึ่ง SONY ได้จัดซีพียู Core i5 520M โดย ในโหมด Turbo Boost สามารถทำความเร็วได้สูงถึง 2.66GHz เลยครับ ซึ่งเพิ่มจากปรกติที่ 2.4GHz แถมยังสามารถประมวลผลพร้อมกันได้สูงสุดถึง 4 Threads ในเวลาเดียวกัน การ์ดจอระดับล่างอย่าง GeForce 310M ที่สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างทั่วๆ ไปได้ครอบคลุมดูหนังฟังเพลงสบายๆ แรม DDR3 ขนาด 4GB ขนาดจุใจพร้อมใช้งาน และฮาร์ดดิสก์ขนาด 500GB ที่พร้อมจะเก็บงานเอกสารกองโตได้อย่างสบาย จอภาพขนาด 21.5 นิ้ว ที่ความละเอียดถึงระดับ 1080p ดูภาพยนตร์ความละเอียดสูงได้เต็มตา นอกนั้นยังมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 7 ซึ่งเป็นจุดเด่นของ SONY VAIO ก็ว่าได้ พร้อมใช้งานได้ทันทีตั้งแต่ออกจากร้าน
Body



หน้าตาละม้ายคล้ายกับ LCDTV ของ SONY เลย ซึ่งความหนาที่เห็นนี่อาจจะหนากว่า LCDTV สักหน่อย แต่ก็ได้ผนวกรวมสเปกของเครื่องเข้าไปหลังจอภาพด้วย ซึ่งเป็นจุดเด่นของ All-in-one PC ในยุคนี้ก็ว่าได้

หน้าตรงจะเห็นถึงรายละเอียดของหน้าตาที่ถ้าดู ผ่านๆ มันคือ LCDTV นี่เอง ขนาด 21.5 นิ้ว พร้อมคีย์บอร์ดและเมาส์แบบไรสายที่เข้ากันกับตัวเครื่องให้มาเลยไม่ต้องไป ซื้อหาเพิ่มเติม

ขาตั้งก็สามารถปรับได้ตั้งแต่ 45 ถึง 90 องศา

ช่องเสียบอะแดปเตอร์เหมือนโน้ตบุ๊กหรือจอ LCD บางรุ่น มีแท่นวางสายป้องกันเหตุไม่คาดคิดหากเกิดการกระชาก ทำให้อุปกรณ์เสียหาย

ไฟแสดงสถานะการทำงานต่างๆ เช่น Wireless, Hard Disk, Power ส่วนรูปถัดมาจะเป็นช่องรับสัญญาณ Wireless จาก Keyboard กับ Mouse ตัวเก่งนั่นเอง จากการทดสอบสามารถใช้งานได้ไกลกว่า 5 เมตรเลยทีเดียว
เว็บแคม

Creative Gigawork T3

Creative Gigawork T3
      เมื่อพูดถึงลำโพงของ Creative นั้นจริงๆ มีมากมายหลากหลายซีรีย์ เช่น Inspire หรือ Gigawork ลำโพงในซีรีย์นี้จะเน้นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการมืออาชีพในด้านของเสียงเพลง เพราะเปิดมาด้วนราคา 299 เหรียญ (12000 บาทโดยประมาณ) ซึ่งเป็นลำโพงที่ราคาค่อนข้างสูง แม้จะไม่เท่าระดับลำโพง Audiophile แต่ก็ต้องถือว่าสูงมากในระดับลำโพงคอมพิวเตอร์
      สัมผัสแรกที่ได้ลองฟังลำโพงรุ่นนี้ก็คือ เสียงเบสที่ทรงพลัง กังวานไกล เสียงกลางและเสียงใสชัดเจน แต่ไม่โดดเด่นเท่าเสียงเบส ยิ่งถ้าหากนำมาดูหนังหรือเล่นเกมส์ ต้องบอกเลยว่ากระหึ่ม และได้มิติและอรรถรสในการรับชมภาพยนตร์หรือเกมส์เป็นอย่างมาก เอาเป็นว่าที่เล่าคร่าวๆ แค่เพียงน้ำจิ้ม ดูสเปคกันไปพลางๆ ก่อน ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องของอุปกรณ์ต่างๆ และคุณภาพของเสียง
SPECIFICATIONS
      มาดูลำโพงทวีตเตอร์กันบ้าง หน้าตาออกแบบได้สวย มั่นคงมีน้ำหนักพอสมควร ทำให้ติดตั้งแล้วไม่ล้มได้ง่าย ตัวของทวีตเตอร์ตอบสนองเสียงสูงและเสียงกลางได้ดี แต่ความดังอาจจะไม่มากนัก เนื่องจากเป็นลำโพงที่ตอบสนองได้หลากหลายย่านเสียง แม้ว่าสเปคจากทางผู้ผลิตไม่ได้บอกว่าตอบสนองที่เท่าใด แต่ที่แน่ๆ คงไม่ได้ตอบสนองเสียงต่ำ เพราะทางเสียงต่ำจะมีลำโพง Subwoofer ซึ่งจะได้กล่าวต่อไป
      ลำโพง Subwoofer มีถึง 3 ลำโพงใน 3 ทิศทางทำให้เสียงเบสออกได้ครบทั้งทางด้านหน้า และทางด้านข้าง ซึ่งนอกจากจะให้เสียงเบสที่หนักแน่นทรงพลังแล้วก็ยังให้เสียงเบสที่มีมิติที่ลึก กว้างกว่าการที่ปล่อยให้ลำโพง Subwoofer ออกมาในทิศทางเดียว ซึ่งก็จะให้แต่พลังเสียงเบส แต่ลำโพง Subwoofer รุ่นนี้มีถึง 3 ทางทำให้เลียงเบสออกมาครบๆ และมีทิศทางที่ดีกว่าแบบทางเดียว
 

      นอกจากลำโพง Subwoofer แล้ว ระบบควบคุมเสียงอันน่าทึ่ง คือ ระบบหมุน โดยปกติลำโพงของ Creative จะเป็นระบบหมุนแต่มีขนาดเล็ก แต่สำหรับลำโพงตัวท้อปอย่าง Gigawork นั้น ปุ่มหมุนเป็นปุ่มขนาดใหญ่ ถ่วงน้ำหนักเล็กน้อย เพื่อให้คล้ายกับ Volume ในแอมป์ดีๆ นอกจากนี้ยังมีช่องเชื่อมต่อหูฟัง และช่องต่อส่งสัญญาณด้วย (Aux Port)
      สำหรับการเชื่อมต่อทางด้านหลังนั้นเรียงจากซ้ายไปขวาก็คือ ช่องเชื่อมต่อปลั๊กไฟ ช่องสำหรับต่อลำโพงทวีตเตอร์ 2 ข้าง ช่องสำหรับปุ่มควบคุมเสียง ถัดไปจะเป็นช่องสำหรับเชื่อมต่อสาย Audio in ซึ่งเป็นสายนี้ทาง Creative มีแถมมาให้ สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งเครื่องเล่น MP3 หรืออุปกรณ์อื่นๆ โดยผ่านช่องหูฟัง 3.5mm ถัดไปที่เห็นปุ่มขนาดใหญ่เป็นปุ่มสำหรับปรับพลังเบส หากผู้อ่านต้องการเพิ่มเสียงเบสมากกว่าปกติ


 

คุณภาพเสียง
      ก่อนที่จะทดสอบระบบเสียงในแบบฉบับ Audiophile จะต้องจูนลำโพง ซึ่งสำหรับ Creative Gigawork T3 นั้น ให้ผู้อ่านวางทวีตเตอร์ห่างจาก Subwoofer ประมาณ 30-45 cm เอียงลำโพงทำมุม 45 องศากับลำโพงก็จะได้เสียงที่มีมิติ เวที่เสียงที่ถูกต้อง โดยผู้อ่านจะต้องตั้งใจฟังเสียงต่างๆ จากตรงกลางเท่านั้น หากเคลื่อนออกจากตำแหน่งอาจจะทำให้เวทีเสียง หรือเสียงของเครื่องดนตรีต่างๆ อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้องได้


      เริ่มต้นทดลองกับการฟังเพลงก่อนเลยแล้วกัน ผมลองกับ Jazz ก่อนเลยเนื่องจากชอบเป็นการส่วนตัว เปิดด้วย Redemption Song ก็แยกรายละเอียดของกลองและเสียงกรุ้งกริ้งได้ดีพอประมาณแต่ปลายเสียงก็ยังถือว่าไม่ชัดเจนนัก ทดสอบต่อด้วยเพลง turn your lights down low เพลงเก่านิดนึงนะครับแต่ใช้จับความเป็นมิติของเสียงสูงได้ดี คือกรุ๊งกริ้งต้องดี ปรากฏว่าผ่านแต่ผ่านแบบหืดขึ้นคอ เพราะเสียงที่ออกมาพอฟังได้ แหลมไม่คมจนชนิดเป็นผง ส่วนแนวเพลงทั่วๆ ไป Pop R&B หรือ Hip Hop สามารถตอบสนองได้ดี

      ภาพยนตร์ล่ะเป็นอย่างไรบ้าง ทดสอบกับแผ่นหนังที่เป็นหนังปกติ Effect น้อยๆ ก็แยกเสียงได้ดี ลองเป็นหนังสังเคราะห์แบบอนิเมชั่น อย่าง The Polar Express เหมือนกับการ์ดเสียง ปรากฏว่าแม้ว่าแหลมจะยังไม่เข้าที่ ส่วนหนึ่งอาจจะต้อง Burn ลำโพงก่อน ความกระหึ่มและเบสผมให้เต็ม แต่เรื่องของมิติเสียงกลางและรายละเอียดเสียงสูงยังถือว่าไม่ดีนัก เสียงโหลดกระสุนปืนไม่คมชัดเท่าที่ควร แต่เสียงระเบิดนั้นกังวานมากพอตัว อาจจะกล่าวได้ว่าฟังแล้วได้อารมณ์ของภาพยนตร์มาก แต่เรื่องการแยกเสียงยังไม่ที่สุดเท่านั้นเอง

      ส่วนเรื่องของเกมส์ ก็ไม่แตกต่างจากการรับชมภาพยนตร์มากนัก หากผู้อ่านเน้นเกมแนว Action ยิงกันกระหึ่ม ลำโพงตัวนี้เหมาะอย่างยิ่ง เกมส์แนะนำ เกมระทึกขวัญ เกมสงคราม จะได้อรรถรสในการเล่นเกมมากกว่าปกติ ส่วนการแยกเสียงนั้น อาจจะไม่ดีมากนัก แต่ก็พอจะฟังออก อย่างที่ได้กล่าวไปลำโพงนี้แนวเสียงไปในโทนอบอุ่นมากกว่าที่จะคมชัด ละเอียดยิบ

Toshiba Portege R830 โน้ตบุ๊คดีไซน์สวยๆ บอดี้แกร่ง น้ำหนักเบา

      โน้ตบุ๊คจากแบรนด์ Toshiba ที่ถ้าพูดถึงในวงการโน้ตบุ๊คน้อยคนที่จะไม่รู้จัก โดยโน้ตบุ๊คตัวนี้คือรุ่น Toshiba Portege R830 ครับ ซึ่งถือว่าโน้ตบุ๊คตัวนี้ไม่ธรรมดานะครับ เคยได้ถูกจัดเป็น Editors Choice หรือโน้ตบุ๊คตัวแนะนำจากเว็บไซต์ CNET ซึ่งเป็นเว็บชั้นนำในต่างประเทศครับ จะเจ๋งแค่ไหนนั้น ไปดูกันที่รีวิวเลยครับ
     
      เราลองมาทำความรู้จักเจ้า Toshiba Portege R830 กันดีกว่าครับ มาดูเรื่องสเปคกัน โดยเจ้านี่มาพร้อมกับ CPU Intel Core i5-2520M ความเร็ว2.5GHz สามารถอัพได้ถึง 3.20GHz, การ์ดจอ on-board Intel HD Graphics 3000, หน้าจอ LED ขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด 1366x768พิกเซล (WXGA), แรม 4GB, หน่วยความจำภายใน 500GB, มีไดรฟ์ DVD Writer, รองรับการเชื่อมต่อทั้ง USB 2.0 2 พอร์ต, USB 3.0 1 พอร์ต,VGA, HDMI, card reader, มีกล้อง webcam, และแบตเตอรี่ 6 Cell



      จุดเด่นอีกอย่างที่ไม่พูดถึงไม่ได้คืองานประกอบ และวัสดุครับ รอบๆ ตัวเครื่องของ Toshiba Portege R830 ผลิตจากอลูมิเนี่ยมอัลลอยทั้งตัว ทำให้ตัวเครื่องได้อารมณ์หรูหรา น่าสัมผัส และยังให้ความรู้สึกที่ดี ทนทาน และที่สำคัญ ตัวเครื่องยังมีน้ำหนักเบา คือมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 1.49 กิโลกรัม (รวมแบต) ซึ่งถือว่ามีน้ำหนักที่ดี เมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดเดียวกันอย่างเช่น MacBook Pro เป็นต้น

      แต่ที่น่าเสียดายคือ Toshiba Portege R830 นี้ไม่มีการ์ดจอแยกครับ ทำให้การเล่นเกมกราฟฟิกหนักๆ นี้จะไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ แต่ถ้าไม่ใช่คนที่เล่นเกม ก็มองข้ามจุดนี้ไปเลยนะครับ

Edifier X120 ลำโพงราคาประหยัดสำหรับนักเล่นเกม

      X120 เป็นลำโพงตัวเล็กจิ๋ว คุณภาพคับจอจาก Edifier ซึ่งในซีรี่ย์ X นี้ทาง Edifier เน้นไปที่การผลิตให้เหล่านักเล่นเกมและดูหนัง




      X120 เป็นลำโพงตัวเล็กจิ๋ว คุณภาพคับจอจาก Edifier ซึ่งในซีรี่ย์ X นี้ทาง Edifier เน้นไปที่การผลิตให้เหล่านักเล่นเกมและดูหนัง ได้เพลิดเพลินกันอย่างเต็มอารมณ์ สำหรับ X120 จะประกอบไปด้วยลำโพงสามชิ้น ในรูปแบบ 2.1 แชนแนล นั้นก็คือ ลำโพงแซทเทิลไลท์สองชิ้น และลำโพงซับวูเฟอร์หนึ่งชิ้น ซึ่งความโดดเด่นพิเศษของทาง Edifier คือการเลือกผลิตซับวูเฟอร์จากไม้ ทำให้เสียงที่ได้รับมีความนุ่มนวลมากกว่าการผลิตจากพลาสติก

      การครบคุมและการเชื่อมต่อ ที่สุดแสนจะง่ายดาย ด้วยพาแนลต่างๆ ที่จัดวางอยู่ด้านหลังของตัวซับวูเฟอร์ สำหรับสายสัญญาณนั้นยังคงใช้การเชื่อมต่อแบบ RCA 3.5 mm ซึ่งเป็นมาตาฐานการเชื่อมต่อปรกติของพีซีทั่วๆ ไป ในด้านการครบคุมลำโพงตัวนี้ สามารถทำได้ผ่าน รีโมทคอนโทร แบบสาย

Sigma 12-24mm EX DG HSM เลนส์ Wide กว้างที่สุดในสามโลก

Specification

      เมื่อพูดถึงเลนส์ Wide จาก Sigma ก็ต้องยอมรับว่ามีเลนส์หลายรุ่นที่คุ้นเคย เช่น Sigma 10-20mm F3.5 หรือ Tamron 10-24mm F3.5-5.6 ส่วนเลนส์ที่นำมาเสนอกันในวันนี้ก็คือ Sigma 12-24mm F4.5-5.6 EX DG HSM ซึ่งในปัจจุบันก็เป็นรุ่น II แล้ว เป็นเลนส์ที่สามารถใช้ได้ทั้งกล้องชนิด Full Frame และกล้องตัวคูณ โดยมีองศารับภาพกว้างมากที่ระยะ 12mm กว้างกว่า 14-24mm Nano พอสมควรทีเดียว






      เป้าหมายของเลนส์ 12-24mm จากทาง Sigma นั้นต้องถือเป็นเลนส์ที่น่ากลัวเนื่องจาก ช่วง 12-24mm นั้นเป็นช่วงที่เลนส์ค่ายอื่นๆ เอง หรือแม้กระทั่งเลนส์ค่ายก็ยังไม่มีช่วงนี้ให้ใช้กัน เลนส์ 12-24mm นี้ทำมาให้ใช้ได้กับกล้อง Full Frame และกล้องตัวคูณ เป็นเลนส์ยิงนกนักเดียวใช้ได้กับกล้องทั้งสองประเภท
12mm กว้างใหญ่ไพศาลขนาดไหนนั้น เอาง่ายๆ คือ ถ้าเคยถ่ายภาพจากกล้อง Full Frame ที่ 17mm เราจะสามารถถอยออกจากจุดเดิมได้อีกประมาณ 5-7 ก้าว หรือถ้าเอาทางเทคนิค เลนส์ 17mm ให้ความกว้าง 104 องศา แต่สำหรับ เลนส์ช่วง 12mm ก็จะให้ความกว้าง 122 องศา 18 องศาที่เพิ่มขึ้นนั้น ต้อง
ยอมรับว่า เลนส์นี้ให้ความกว้างแบบพิสดาร มากกว่าสายตามนุษย์ปกติอยู่เยอะทีเดียว

      เวอร์ชั่นที่ใหม่กว่านั้นได้ปรับปรุงให้ไม่ให้มีส่วนของการเคลือบยางมากนัก ทำให้ปัญหาการลอกที่ผิวลดลง เนื่องจากเลนส์ตัวที่จะรีวิวให้ดูนั้น ค่อนข้างจะลอกได้ง่าย เช่นกัน นอกจากนี้ก็ยังขยับ Hood อออกมาไม่ให้ติดกับหน้าเลนส์มากเกินไป ซึ่งข้อดีคือปัญหาติดขอบน่าจะลดลงในทางทฤษฏี



      แต่ด้วยราคาของเลนส์แบบ All-in-one แบบนี้ก็อาจจะทำให้มีราคาที่ค่อนข้างจะสูง ทำให้ไม่ได้รับความนิยมมากนัก แต่ถ้าคุณอยากได้เลนส์ Wide และอาจจะต้องใช้ทั้งกล้อง Full Frame พร้อมๆ กับกล้องตัวคุณ เลนส์ Wide 12-24mm จาก Sigma เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจอย่างมาก

      ตัวที่จะนำมารีวิวให้ได้ชมเป็นตัวเก่าครับ แม้ว่าจะไม่นิยมมากเท่ากับ EF 17-40mm 4L หรือ 14-24mm Nano เลนส์ตัวนี้ก็ยังคงมีคนใช้อยู่บ้างและต้องการความคุ้มค่า ในราคาที่ก็ต้องถือว่าแพงนิดหน่อย ถ้าเป็นรุ่น I ก็จะอยู่ที่ประมาณ 25900 บาท แต่ถ้าเป็นตัวใหม่ก็จะอยู่ที่ 31500 บาท โดยประมาณครับ


 


      ส่วนสเปคของเลนส์นั้นก็ค่อนข้างที่จะน่าสนใจทีเดียว ภายในมีเลนส์ 16 ชิ้น แบ่งเป็น 12 กลุ่ม มุมรับภาพสูงสุด 122 องศา (บอกได้เลยครับว่ากว้างมากๆ ถ่ายแล้วเก็บไม่หมดไม่มีแน่นอน) กลีบไดอะแฟรมแบบ 6 กลีบ (เดี๋ยวดูผล) น้ำหนักหนักได้โล่ทีเดียวคือ 600g

“Samsung Notebook Series 5 Ultra” อัลตร้าบุ๊ครุ่นแรกจาก Samsung

      ซัมซุง เผยโฉม อัลตร้าบุ๊ครุ่นแรก “ซัมซุง โน้ตบุ๊ค ซีรีส์ 5 อัลตร้า (Samsung Notebook Series 5 Ultra)” ซึ่งเป็นมากกว่าโน้ตบุ๊คที่บางและเบา เปี่ยมด้วยสมรรถนะชั้นเลิศเกินความคาดหมาย ด้วยความจุข้อมูลและประสิทธิภาพชั้นเยี่ยมที่ซ่อนอยู่ พร้อมมอบประสบการณ์อันน่าทึ่งที่อัดแน่นอยู่ภายในรูปลักษณ์ที่บางเฉียบ

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ง่ายต่อการพกพา
- ซัมซุง โน้ตบุ๊ค ซีรีส์ 5 อัลตร้า มีให้เลือกทั้งหน้าจอ 14 นิ้ว และ 13 นิ้ว
- ซัมซุง โน้ตบุ๊ค ซีรีส์ 5 อัลตร้า รุ่น 13 นิ้ว มอบความสะดวกสบายในการใช้งานในแบบพกพาด้วยมิติที่บางเฉียบเพียง 14.9 มม. และน้ำหนักเบาเพียง 1.42 กก.
- ซัมซุง โน้ตบุ๊ค ซีรีส์ 5 อัลตร้า รุ่น 14 นิ้ว อัดแน่นด้วยคุณสมบัติครบครัน ด้วยตัวเครื่องที่บางเพียง 20.9 มม. และเบาเพียง 1.79 กก.


หน่วยเก็บข้อมูลโดดเด่นเหนือใคร
      ประสิทธิภาพการใช้งานคงจะไร้ความหมายหากปราศจากพื้นที่สำหรับจัดเก็บข้อมูลที่มากพอ วิวัฒนาการของสื่อดิจิตอลในรูปแบบต่างๆ ทำให้ไฟล์มีขนาดใหญ่ขึ้นทุกวัน ความต้องการเรื่องหน่วยเก็บข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจึงเป็นเรื่องจำเป็น และเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้ ซัมซุง โน้ตบุ๊ค ซีรีส์ 5 อัลตร้า รุ่น 14 นิ้ว จึงให้หน่วยจัดเก็บข้อมูลที่มีความจุถึง 1 เทราไบต์ เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าจะไม่ต้องพกอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอกติดตัวไปด้วยอีกต่อไป


ปลดปล่อยสุดยอดคุณสมบัติ “ลับ” เฉพาะตัว
      เปิดตัวพร้อมประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมด้วยหน่วยประมวลผล 2nd Generation Intel Core i5-2467M พร้อมหน่วยความจำ 16 กิกะไบต์ ระบบ ExpressCache โดย Diskeeper และกราฟิฟกการ์ด AMD Radeon HD ช่วยให้ซัมซุง โน้ตบุ๊ค ซีรีส์ 5 อัลตร้า สามารถเปิดเครื่องพร้อมใช้งานได้ในเวลาอันรวดเร็วเพียง 20 วินาที ปลุกใช้งานได้ภายในเวลา 2 วินาที ในขณะที่การท่องเว็บยังรวดเร็วขึ้นกว่าโน้ตบุ๊คพีซีถึง 2 เท่า


มั่นใจกับระยะเวลาการใช้งานที่ยาวนานกว่าถึง 3 เท่า
      เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานด้วยประสิทธิภาพของแบตเตอรีที่ยาวนานยิ่งขึ้น ซัมซุง โน้ตบุ๊ค ซีรีส์ 5 อัลตร้า สามารถใช้งานได้นาน 6.4 ชั่วโมงด้วยการชาร์จเพียงครั้งเดียว ผู้ใช้จึงสามารถเพลิดเพลินไปกับคุณสมบัติอันเลิศล้ำต่างๆ ได้ตลอดทั้งวัน ในขณะที่เทคโนโลยี ซัมซุง แบตเตอรี ไลฟ์ พลัส ยังช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของแบตเตอรีได้อย่างแท้จริงโดยการเก็บประจุไฟฟ้าของเซลล์แบตเตอรีไว้ที่ 80% สามารถคงประสิทธิภาพ พร้อมมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ถึง 3 เท่า


มอบประสบการณ์บันเทิงเหนือชั้นด้วยภาพคมชัดเสมือนจริง
      ซัมซุง โน้ตบุ๊ค ซีรีส์ 5 อัลตร้า ให้ความสามารถในการแสดงภาพที่คมชัดเสมือนจริง ก้าวล้ำจินตนาการไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีอันเหนือชั้นของซัมซุงด้วยหน้าจอ “HD LED SuperBright” ที่ให้ความเข้มของแสง 300nit รวมถึงเทคโนโลยี Image Enhancer และระบบหน้าจอป้องกันแสงสะท้อน ช่วยให้ผู้ใช้มองเห็นการแสดงผลบนหน้าจอได้อย่างสบายตาไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด เพิ่มอรรถรสในการรับชมความบันเทิงในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างน่าทึ่ง


      “ซัมซุง โน้ตบุ๊ค ซีรีส์ 5 อัลตร้า” ที่เหนือกว่าด้วยความบาง มากกว่าด้วยความจุ พร้อมให้คนไทยได้สัมผัส และเป็นเจ้าของกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป มีให้เลือกทั้งหน้าจอ 14 นิ้ว ราคา 32,900 บาท และ 13 นิ้ว ราคา 30,900 บาท (ราคารวม VAT)

3 มิติยังไม่เอาท์ แอลจีโชว์ 3DTV จอยักษ์ 84 นิ้ว

      ความพิเศษของทีวี 3 มิติจากแอลจีไม่ได้อยู่ที่ขนาดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความละเอียดระดับ 4K ซึ่งแอลจีเรียกว่าเป็น ultra definition หรือ UD ซึ่งแปลว่าเป็นหน้าจอที่มีความละเอียดมากกว่า 4 เท่าเมื่อเทียบกับหน้าจอเครื่องความละเอียด 1080p ใดๆ โดยสุดยอดหน้าจอ 84 นิ้ว 3 มิตินี้จะมาพร้อมความละเอียดภาพ 3840x2160 พิกเซล
     
      ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์ 3 มิติ ทีวีของแอลจียังมีฟังก์ชันแปลงภาพ 2 มิติให้เป็น 3 มิติ (2D-to-3D conversion) เพื่อให้ภาพยนตร์ 2 มิติ สามารถจำลองการแสดงผลเป็น 3 มิติได้ และไม่เพียงภาพ แอลจียังมีฟังก์ชันเสียง 3D Sound Zooming เพื่อจำลองเสียงระบบ 3 มิติได้แม้จะมีลำโพงเพียง 2 ตัว
     
      แอลจียังไม่ลืมความสำคัญของแอปพลิเคชัน ผู้ใช้สามารถติดตั้งแอปพลิเคชันเพิ่มได้ถึง 1,200 แอป ที่สำคัญ แอลจียังเพิ่ม ”Magic Remote” รีโมทคอนโทรล์มหัศจรรย์ที่จะทำให้โทรทัศน์แอลจี สามารถฟังคำสั่งเสียงด้วยเทคโนโลยี voice recognition รวมถึงการควบคุมด้วยท่าทางไม่ต่างจากการควบคุมเครื่องเครื่องเกม Nintendo Wii
     
      แม้จะอัจฉริยะขนาดไหน แต่ทีวี 3 มิตินี้ยังคงต้องใช้งานร่วมกับแว่น 3 มิตินี้อยู่ดี โดยขณะนี้ยังไม่มีรายงานการวางจำหน่ายทีวีอัจฉริยะของแอลจีอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับหน้าจอ OLED ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกคือ 55 นิ้ว


I’m Watch สมาร์ทวอชระบบแอนดรอยด์สุดล้ำ

I'm Watch

เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในปัจจุบันมีส่วนช่วยให้มนุษย์พัฒนาสิ่งประดิษฐ์ที่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติต่างๆ ขึ้นมามากมาย และหนึ่งในคุณสมบัติเหล่านั้นก็คือความสะดวกสบายในการสื่อสาร ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของ Gadget ที่ Lexussociety


i’m Watch นาฬิกาที่เรียกได้ว่าเป็น “Smartwatch” ตัวแรกของโลก ได้รับการพัฒนาจากบริษัท Blue Sky Srl ประเทศอิตาลี มาพร้อม  ฟังก์ชั่นพิเศษซึ่งแตกต่างจากนาฬิกาทั่วไป นั่นคือ ระบบปฏิบัติการ Android รุ่นดัดแปลง ให้คุณสามารถคุยโทรศัพท์ เช็คอีเมล์ รวมทั้งเล่น facebook, twitter, foursquare ผ่านแอพพลิเคชั่น ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถทำได้ภายในหนึ่งเดียว เรียกได้ว่าใช้สื่อสารได้อย่างสะดวกสบายสุดๆ ครับ



i'm Watch เป็นนาฬิกาหน้าจอสัมผัส ตัวเรือนขนาด 40x55 มม. ความละเอียด 220 ppi (pixel per inch) เก็บข้อมูลได้ 4 GB เชื่อมต่อกับโทรศัพท์และอุปกรณ์ภายนอก (iPhone4, Android, BlackBerry, Windows Phone 7) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่าน Bluetooth และสามารถโทรศัพท์หรือรับสายได้ในตัวผ่าน Speaker Phone ซึ่งคุยได้นาน 3 ชั่วโมง และสแตนด์บายได้ 48 ชั่วโมง

สมาร์ทวอชสุดเจ๋งตัวนี้มาพร้อมแอพพลิเคชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างหลากหลาย ให้คุณเช็คสภาพอากาศ, ทำตารางนัดหมาย, ดูไฟล์งานหรือภาพถ่าย, ฟังเพลงผ่าน i’music แถมยังสื่อสารกับเพื่อนฝูงได้มากขึ้นผ่านทาง facebook, twitter, foursquare ฯลฯ และยังเลือกดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติมได้ที่


Gadget สุดเจ๋งนี้มี 2 รุ่นให้เลือกตามความชอบ คือ i’m Color ที่มีให้เลือก 7 เฉดสี และ i’m Jewel ที่เลือกใช้เฉพาะวัสดุชั้นดีมาผลิต อาทิ ไทเทเนียมและทองคำ โดยในตระกูล i’m Jewel นี้ ยังมี i’m Special รุ่นพิเศษที่จะผลิตขึ้นตามความต้องการของคุณด้วย

i'm Watch มีราคาเริ่มต้นที่ 249 € ไปจนถึง 14,999 € หรือประมาณ 10,700 - 645,000 บาท ซึ่งนับเป็นราคาที่ค่อนข้างสูง แต่เมื่อเทียบกับฟังก์ชั่นการใช้งานและความล้ำสมัย ดังคำกล่าวของ Blue Sky Srl ที่ว่า “it is so ahead of time that if you look back you see the future” แล้ว ก็ต้องยอมรับว่าคุ้มค่าครับ




วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เดินเที่ยวสวนสุนันทา

      การเดินชมมหาวิทยาลัยที่มีความเป็นมาอันเก่าแก่ และเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ เพราะบริเวณที่ตั้งของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทานี้ถือเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ มีความสำคัญขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อพระองค์ได้ทรงใช้เงินพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อที่ดินและสร้างวังสวนดุสิตขึ้น แต่พระองค์ทรงเห็นว่าเขตพระที่นั่งอัมพรสถานในพระราชวังดุสิตนั้นมีผู้คนพลุกพล่านขาดความเป็นส่วนตัว จึงทรงจัดการวางแบบแปลนสร้างสวนขึ้นที่ท้ายวังสวนดุสิต ทรงควบคุมการก่อสร้างทุกขั้นตอน อีกทั้งยังทรงคัดเลือกพันธุ์ไม้มาปลูกและทรงกำชับให้สร้างพระตำหนักแบบ "บ้านนอกในวัง"
       

       และเมื่อการก่อสร้างเสร็จสิ้น พระองค์ก็ได้พระราชทานนามว่า "สวนสุนันทา" เพื่อเป็นพระราชานุสรณ์แห่งความรักในสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี อัครมเหสีของพระองค์ที่ได้สวรรคตในเหตุการณ์เรือพระที่นั่งล่มในแม่น้ำเจ้าพระยาขณะจะเสด็จไปยังพระราชวังบางปะอิน แต่น่าเสียดายที่พระที่นั่ง และตำหนักต่างๆ ยังไม่ทันสร้างเสร็จเรียบร้อย รัชกาลที่ 5 ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน ต่อมาจึงมีการสร้างจนเสร็จเรียบร้อยลงในสมัยรัชกาลที่ 6
 
      แม้วังจะได้ชื่อว่า "วังสวนสุนันทา" แต่ผู้ที่ถือว่ามีความสำคัญที่สุดในวังสวนสุนันทานั้นก็คือ "พระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา" พระอัครชายาเธอซึ่งเป็นที่โปรดปรานในรัชกาลที่ 5 ยิ่งนัก และทรงเป็นผู้มีพระปรีชาสามารถในเรื่องการปรุงอาหารเป็นอย่างยิ่ง และทรงรับราชการฉลองพระเดชพระคุณในหน้าที่กำกับดูแลห้องเครื่องต้นถวายพระพุทธเจ้าหลวงตลอดจนสิ้นรัชกาล

       หลังจากที่รัชกาลที่ 5 สิ้นพระชนม์แล้ว ในตอนกลางสมัยรัชกาลที่ 6 พระวิมาดาเธอฯ และพระราชธิดาได้ทรงย้ายที่ประทับจากวังลดาวัลย์ของพระราชโอรสมาประทับที่วังสวนสุนันทาเป็นการถาวร บรรดาเจ้านายฝ่ายในและเจ้าจอมในรัชกาลที่ 5 ก็ได้ทยอยตามเสด็จมาด้วย ทำให้บรรยากาศในวังสวนสุนันทากลับมาครึกครื้นอีกครั้งหนึ่ง

      สิ่งหนึ่งในเมืองไทยที่เป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่นักท่องเที่ยวต่างประเทศก็คือ "นวดแผนไทย" ฝรั่งที่ไหนมาก็มักจะถามหา Thai Massage คนไทยก็มักจะชี้ทางให้ไปวัดโพธิ์ ซึ่งถือเป็นแหล่งนวดแผนไทยที่ดังที่สุด แต่วันนี้ฉันมีสถานที่นวดไทยอีกแห่งจะมานำเสนอ ที่สำคัญคือคนนวดนั้นเป็นสาวชาววังด้วยอีกต่างหาก
       

      สถานที่นวดไทยที่ว่านั้นก็คือที่ "ศูนย์สุขภาพแพทย์แผนไทยประยุกต์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา" และสาวชาววังที่บอกก็คือสาวชาววังสวนสุนันทานั่นเอง ซึ่งนี่ถือเป็นการเปิดมิติใหม่อีกสิ่งหนึ่งในสถาบันแห่งนี้

       

นวดแผนไทยในบรรยากาศวบายๆ

เตียงนวดเท้า


       สำหรับศูนย์สุขภาพฯนี้เขาเปิดมาสำหรับคนขี้เมื่อยโดยเฉพาะ เพราะมีการนวดแผนไทย และนวดสปาไว้บริการ โดยศูนย์สุขภาพฯนี้ได้เปิดให้บริการมานานถึง 4 ปีแล้ว ในช่วงแรกเปิดนั้นก็มีจุดประสงค์เพื่อการเรียนการสอนของภาควิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ แต่ต่อมาก็เปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีทั้งการนวดแบบส่งเสริมและแบบรักษา การนวดแบบส่งเสริมก็คือการนวดเพื่อผ่อนคลาย หรือนวดแบบสปา ส่วนการนวดแบบรักษานั้นก็คือการนวดแบบราชสำนัก โดยเป็นการนวดที่ทำให้เกิดผลต่ออวัยวะและเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกๆ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และเพิ่มการทำงานของเส้นประสาทนั่นเอง

       หลังจากเดินชมบรรยากาศของวังเก่าในมหาวิทยาลัยจนเริ่มเมื่อยได้ที่แล้ว การได้มานวดผ่อนคลายในศูนย์สุขภาพฯ จึงเป็นอะไรที่เหมาะสมที่สุด และนอกจากการนวดผ่อนคลายแล้วก็ยังมีการนวดอีกหลากหลายแบบ ทั้งนวดรักษาแบบราชสำนัก นวดราชสำนักส่งเสริมสุขภาพ นวดฝ่าเท้า ประคบสมุนไพรสด นวดคอ บ่า ไหล่ อบสมุนไพร ลูกประคบสมุนไพรสด หรือใครอยากนวดสปาก็มีทั้งการนวดหน้า 10 ขั้นตอน นวดน้ำมันอโรมา คอ บ่า ไหล่ แบบสวีดิช นวดกระชับสัดส่วน นวดตัว ขัดผิวผ่อง นวดอโรมาเทอราพี สปาเท้านุ่ม แม้จะมีเตียงนวดให้บริการไม่มากมาย แต่ก็ได้บรรยากาศสบายๆ แถมราคาก็ยังสบายกระเป๋าอีกต่างหาก


       เมื่อได้ทำการนวดเท้าเสร็จแล้วก็อย่าเพิ่งรีบกลับ ขอให้ลองได้ขึ้นไปยังชั้น 2 เพื่อชม "ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา" ซึ่งเป็นที่จัดแสดงศิลปวัตถุที่ส่วนใหญ่เป็นสมบัติในตำหนักนี้ แต่ก่อนจะไปชมข้าวของต่างๆ จะต้องมารู้จักกับตัวตำหนักสายสุทธานภดลนี้ก่อนดีกว่า ตำหนักหลังนี้เรียกกันว่า "ตำหนักใหญ่" เป็นสถาปัตยกรรมแบบเรือนมะนิลา ได้รับอิทธิพลจากตะวันตก เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนสองชั้น เป็นตำหนักแฝดที่มีเฉลียงทางเดินชั้นล่างและชั้นบนเชื่อมต่อกัน ด้านนอกอาคารมีลวดลายปูนปั้นประดับอยู่เล็กน้อย ส่วนช่องลมก็มีลวดลายฉลุงดงามมาก
    
       สำหรับห้องจัดแสดงในศูนย์ศิลปวัฒนธรรมนั้น ก็มีทั้งห้องแสดงพระราชประวัติของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวีในรัชกาลที่ 5 ห้องแสดงพระประวัติของพระวิมาดาเธอฯ ห้องแสดงพระรูปและพระประวัติพระบรมวงศานุวงศ์และเจ้าจอมในรัชกาลที่ 5 ที่ทำให้เราทราบถึงเรื่องราวของผู้ที่มีความสำคัญยิ่งในวังสวนสุนันทาแห่งนี้




 
ตำหนักสายสุทธานภดล
 
ภาพวาดสีน้ำรูปดอกไม้ต่างๆในศูนย์ศิลปวัฒนธรรมฯ

หุ่นแสดงการแต่งกายของสาวชาววังสมัยรัตนโกสินทร์

ศิลปวัตถุเก่าแก่จัดแสดงอยู่ภายในศูนย์ศิลปวัฒนธรรมฯ

       สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นในศูนย์วัฒนธรรมแห่งนี้ก็คือรูปวาดสีน้ำเป็นรูปดอกไม้ต่างๆ จำนวนหลายร้อยรูป ซึ่งรูปภาพเหล่านี้เป็นรูปที่วาดขึ้นโดยคุณข้าหลวงในตำหนักพระวิมาดาเธอฯ เพราะแต่ก่อนนั้นในบริเวณรอบวังสวนสุนันทาจะเต็มไปด้วยพรรณไม้ดอกนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นดอกลั่นทม กุหลาบ สารภี ลำดวน นมแมว มะลิ หน้าวัว พุทธชาด แก้วเจ้าจอม ฯลฯ ต่างก็ออกดอกส่งกลิ่นหอมทั่วไปหมด พระวิมาดาเธอฯจึงทรงโปรดให้ข้าหลวงฝึกหัดวาดรูปดอกไม้และระบายสีน้ำให้เหมือนของจริงที่สุด แล้วนำขึ้นถวายทอดพระเนตร ปัจจุบันรูปเหล่านี้ก็มีที่สูญหายไปบ้าง แต่ที่เก็บรวบรวมไว้ก็มีอยู่ 117 ภาพ ด้วยกัน จัดแสดงไว้อย่างสวยงามราวกับแกลอรี่
    
       และที่ว่าน่าสนใจอีกก็คือบรรดารูปเก่าๆ ของวังสุนันทาในอดีต และรูปเก่าๆของเจ้านาย เจ้าจอม และพระบรมวงศานุวงศ์ในอิริยาบถต่างๆ ทำให้เราได้เห็นทั้งการแต่งกายในสมัยนั้น ได้เห็นบรรยากาศของวังสวนสุนันทาในอดีตนั้น แค่นี้ก็คุ้มค่ากับการได้มาชมแล้ว

วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

      แต่เดิมสถานที่แห่งนี้เป็นวังหน้าของกรมพระราชวังบวร มหาสุรสิงหนาท โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นพร้อมกับวังหลวง พระที่นั่งที่สำคัญ ได้แก่ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พระที่นั่งพุทไธศวรรย์ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ต่อมาในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขึ้นที่ศาลาสหทัยสมาคม เรียกว่า  “มิวเซี่ยม” แล้วจึงย้ายมาไว้ที่วังหน้าของกรมพระราชวังบวรฯ ซึ่งบางส่วนกลายเป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบริเวณข้างเคียงมีโรงเรียนช่างศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป์ และโรงละครแห่งชาติอยู่ในบริเวณเดียวกัน

      สิ่งที่น่าสนใจ นอกจากพิพิธภัณฑ์แล้วยังมีวัดบวรสถานสุทธาวาส ตั้งอยู่ภายในบริเวณวังหน้าใกล้กับโรงเรียนช่างศิลป์ วัดนี้เรียกกันว่า วัดพระแก้ววังหน้า พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจัดแสดงศิลปโบราณวัตถุต่าง ๆ มากมายอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยและชาติเพื่อนบ้าน พิพิธภัณฑ์ฯ แห่งนี้ ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ประจำปี 2545 รางวัลยอดเยี่ยมประเภทโครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว จากผลงานโครงการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน เพื่อส่งเสริมให้รู้จักคุณค่าของวัฒนธรรมอันเป็นมรดกของชุมชนของตนเพื่อการท่องเที่ยว


วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ครัวอัปษร

เกี่ยวกับครัวอัปษร

      หอยแมลงภู่ตัวอวบอ้วนนอนในกะละมังใบน้อย ห่มด้วยตะไคร้ ใบมะกรูด พริกไทยอ่อน โหระพา พริกโขลกกับกระเทียม แล้วตามด้วยน้ำซุปโครงไก่อีก 1 กระบวย เทลงในกระทะที่ตั้งน้ำมันร้อนได้ที่
...เสียงฉ่าดังขึ้น พร้อมกับเปลวไฟที่ลุกสูงพ้นขอบกระทะ ควันที่นำกลิ่นชวนให้น้ำลายสอ กระจายไปทั่วห้องครัว
"หอยแมลงภู่ผัดฉ่า" คือหนึ่งในเมนูยอดนิยมของร้าน "ครัวอัปษร" ไม่เพียงด้วยรสชาติการปรุง ยังรวมถึงการคัดสรรวัตถุดิบในการปรุงอย่างพิถีพิถัน ของ "ป้าแดง" จันทร์ฉวี สกุลกันต์ แม่ครัวใหญ่ของร้าน ซึ่งเคยตามเสด็จทำเครื่องถวายสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อยู่บ่อยครั้ง
"ดิฉันไม่ใช่ตัวจริงนะคะ" ป้าแดงออกตัวก่อนเมื่อได้รับการติดต่อขอสัมภาษณ์

      เรื่องราวเมื่อครั้งที่ได้มีโอกาสถวายการรับใช้สมเด็จพระ เจ้าพี่นางเธอฯ
"เพียงแต่กรมหลวงฯ ท่านโปรดรสชาติที่ดิฉันปรุง จึงทรงให้ตามเสด็จทำเครื่องถวายไปในที่ต่างๆ นอกจากเวลาที่ไปเมืองนอก"
"ที่ท่านโปรดคือ วัสดุที่ใช้ในการประกอบอาหาร ซึ่งจะต้องคัด ต้องเตรียมจากกรุงเทพฯ ดิฉันต้องไปจ่ายเอง แล้วก็ไม่ได้ไปแค่ตลาดเดียว แต่ไปหลายแห่ง เพราะต้องคัดเฉพาะของที่มีคุณภาพใหม่สดจริงๆ เวลาไปทำเครื่องถวายตามต่างจังหวัด ก็ต้องแพคเก็บอย่างดี แช่น้ำแข็งไป และมีการเปลี่ยนน้ำแข็งตลอดทางเพื่อให้ของนั้นยังคงค วามสดอยู่"
ป้าแดงเล่าให้ฟังถึงที่มาของการได้ถวายการรับใช้สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ว่า เป็นเพราะป้าแดงทำงานเป็นข้าราชการอยู่ในกรมชลประทาน ซึ่งหนึ่งในภารกิจของกรมชลประทานคือ การรับเสด็จตามหัวเขื่อน ส่วนใหญ่จะให้ภรรยาของผู้ใหญ่เป็นคนทำอาหาร

      "ประมาณปี 2513 ผู้ใหญ่ท่านเรียกให้ไปช่วยทำอาหาร นั่นเป็นครั้งแรกของดิฉันที่ได้ทำงานถวายสมเด็จพระศรีฯ (สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) ตอนนั้นกรมหลวงฯ (สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ) ยังไม่ได้ทรงงานเต็มที่ แต่จะตามเสด็จสมเด็จย่าตลอด ส่วนใหญ่จะเสด็จวันศุกร์-เสาร์
จำได้ว่าอย่างแรกที่ทำถวายคือ "ขนมจีนน้ำพริก" สมเด็จพระศรีฯ ท่านก็รับสั่งว่าใช้ได้ เหมือนกับที่ท่านเคยเสวย หลังจากนั้นก็ได้ทำเครื่องถวายเกือบทุกอย่าง"
สำหรับสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ป้าแดงเล่าว่า บางครั้งทำอาหารแล้วถูกพระทัย ท่านก็เสด็จเข้ามาชมที่ในครัว พอตอนหลังรู้จักชื่อ ก็ทรงเรียกให้ไปประกอบอาหารที่ในวังบ้าง
ที่โปรดมากๆ คือ "ข้าวผัดหนำเลี้ยบ"

      ป้าแดงบอกว่า "ข้าวผัดหนำเลี้ยบ" ไม่จำเป็นต้องใช้ข้าวที่ทิ้งไว้ข้ามคืน แค่ผึ่งให้เย็นก็พอ และถ้าเป็นสูตรของป้าแดงจะต้องใส่กากหมู
เคล็ดลับของอาหารจานนี้เริ่มตั้งแต่เอาหนำเลี้ยบใส่ก ระทะที่ตั้งน้ำมันพอร้อน ใส่หมูสับแล้วขยี้ให้เข้ากัน จากนั้นใส่ข้าว ผัดพอได้ที่จึงใส่กระเทียมเจียว
ที่เจียวไว้ก่อนต่างห ากและลูกโดด ที่ขาดไม่ได้คือ ต้องเคียงด้วย "กากหมู"


"แขกที่ตามเสด็จชมกันทุกคน เวลาเสด็จมาที่นี่จะทรงสั่งทุกครั้ง เสวยกับ "ต้มยำไก่บ้าน"


      ท่านโปรดอาหารง่ายๆ ที่เป็นแบบบ้านๆ อย่างถ้าเป็น "ขากบทอด" ก็ต้องเป็นขา"กบบ้าน" หรือกบท้องนา แม้จะขาเล็กๆ แต่เนื้อจะเหนียวและให้รสชาติหวานอร่อยกว่าขากบตัวใหญ่ๆ  อีกเมนูหนึ่งที่ทรงโปรด คือ เมนู "ไข่" ถ้ายังจำได้ในงานพระราชทานเลี้ยงฉลอง ในโอกาสที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงเจริญพระชันษา 72 ปี บทเพลงหนึ่งที่วงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ บรรเลงในงาน คือเพลง "เมนูไข่"


      เพลงที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระนิพนธ์ไว้ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานทำนอง ด้วยทรงรำลึกได้ว่า สมเด็จพระเชษฐภคินี โปรดเสวยเมนูไข่ ป้าแดงบอกว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ โปรด "ไข่ต้มน้ำปลาพริก" ไข่ต้มต้องเป็น "ไข่ยางมะตูม" ซึ่งป้าแดงบอกว่า จะใช้ไข่เป็ดต้มในน้ำเดือดนาน 7 นาที แล้วนำไปแช่ในน้ำเย็น หรือให้น้ำไหลผ่านเพื่อลดอุณหภูมิของไข่ ส่วน "น้ำปลาพริก" จะเอาพริกย่างให้สุก หั่นแฉลบๆ เขี่ยเม็ดพริกออกบ้าง เพื่อให้รสชาติไม่เผ็ดจัด แล้วเอาหอมเผา กระเทียมเผามายำรวมกับน้ำปลามะนาว"


      ป้าแดงเล่าว่า จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้เคยตั้งทั้ง "เห็ดน้ำปลาพริก" และ "ไข่ต้มน้ำปลาพริก" แต่ท่านโปรดไข่ต้มเพราะรสชาติเข้ากันมากกว่า อย่างสมเด็จพระพี่นางเธอฯ โปรดเสวย "ไก่ย่าง" แทนที่จะใช้น้ำจิ้มซอสแบบฝรั่งก็จะทำเป็น "น้ำแจ่ว" ใส่พริกใส่งา ซึ่งท่านโปรดมาก แล้วก็ยังมี ทอดมันปลากราย ปีกไก่ทอด เมี่ยงคะน้า


โดยเฉพาะ "เนื้อ" "ท่านโปรด "เนื้อย่างน้ำแจ่ว" จะใช้เนื้อโพนยางคำ เป็นเนื้อโคขุน เลี้ยงในเมืองไทยนี่แหละ แต่นำแม่พันธุ์มาจากต่างประเทศ เอามาย่างแบบสเต๊กได้เนื้อที่นุ่มมาก จิ้มกับน้ำแจ่ว"


      ส่วนการเตรียมเครื่องถวาย ป้าแดงบอกว่า "เตรียมแค่ไม่กี่อย่าง"
"การทำเครื่องถวายนั้นที่สำคัญคือ อาหารแต่ละอย่างจะต้องเข้ากัน อย่างถ้าเป็นน้ำพริกเครื่องจิ้ม ก็จะทำแกงจืด ต้มยำ แล้วระหว่างเครื่องจิ้มก็จะต้องมีเครื่องเคียงของเครื่องจิ้ม เช่น ถ้าเป็นหลนก็ต้องเป็นปลาช่อนทอด หรือปลาดุกฟู และของเผ็ดอีกสักอย่าง"
      "ท่านทรงละเอียด ทรงรอบรู้ และทรงช่างสังเกตในทุกๆ เรื่อง เช่นเรื่องรสชาติของอาหาร แม้แต่แกงจืดจะทรงทราบในทันทีว่าหอมน้ำซุป หรือหอมในตัวเครื่อง และบ่อยครั้งก็จะประทานคำแนะนำ เช่น "แกงเผ็ดเป็ดย่าง" ส่วนมากจะใส่สับปะรด ท่านทรงแนะว่าให้ใส่มะเขือพวงแทน แต่มะเขือพวงต้องบุบก่อน อร่อยกว่าที่ใส่พุทราจีนหรือใส่แปะก๊วยเสียอีก"


      ป้าแดงบอกว่า แม้จะเกษียณแล้วและมาเป็นแม่ครัวใหญ่อยู่ที่ "ครัวอัปษร" ซึ่งปัจจุบันได้ขยายสาขาแห่งที่ 2 อยู่แถวถนนดินสอ และสาขาที่ 3 อยู่แถวถนนสนามบินน้ำ ยังคงได้ถวายการรับใช้อยู่ตลอด และที่นับเป็นพระกรุณาธิคุณเป็นที่สุดของชีวิตคือ การที่กรมหลวงฯ ท่านเสด็จมาหลังจากทรงทราบว่าดิฉันเปิดร้านอาหารอยู่ ที่นี่ ทรงเสด็จมาให้กำลังใจ
แก่ดิฉัน แม้กรมหลวงฯ ท่านสิ้นพระชนม์ไปแล้ว แต่พระเมตตาที่ทรงมีต่อดิฉันและครอบครัวจะประทับอยู่ ในหัวใจของทุกคนไม่รู้ลืม


อาหารแนะนำ
หอยแมลงภู่ผัดฉ่า


แหนมผัดไข่


ไข่ฟูปู


ปลากระพงราดพริก


วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร

วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร
วัดชนะสงคราม เป็นวัดโบราณสร้างในสมัยอยุธยา ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้าง เดิมเรียกว่าวัดกลางนา

          เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นปฐมบรมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี มีพระราชประสงค์ที่จะสร้างสิ่งก่อสร้างขึ้นให้คล้ายคลึงกับกรุงศรีอยุธยามากที่สุด วัดที่ตั้งอยู่ใกล้พระบรมมหาราชวังได้ทรงปฏิสังขรณ์ใหม่ ตลอดจนเปลี่ยนชื่อวัดให้เหมาะสม โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อวัดกลางนาเป็นวัดตองปุ และให้เป็นวัดพระสงฆ์ฝ่ายรามัญ เช่นเดียวกับวัดตองปุที่กรุงศรีอยุธยา เพื่อเทิดเกียรติทหารชาวรามัญในกองทัพสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้กับพม่าในสงครามเก้าทัพ เมื่อ พ.ศ. 2328 สงครามที่ท่าดินแดงและสามสบ เมื่อ พ.ศ. 2329 และสงครามที่นครลำปางป่าซาง เมื่อ พ.ศ. 2330
          สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดตองปุแล้วถวายเป็นพระอารามหลวงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า วัดชนะสงคราม เพื่อเป็นอนุสรณ์ที่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ทรงมีชัยชนะต่อพม่าในการรบทั้ง 3 ครั้ง
          วัดชนะสงครามได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้ทรงเริ่มดำเนินการก่อสร้างที่บรรจุพระอัฐิเจ้านายฝ่ายพระราชวังบวรสถานมงคลที่เฉลียงพระอุโบสถด้านหลังตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระพันปีหลวงทรงพระราชอุทิศพระราชทรัพย์ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร กรมพระนเรศร์วรฤทธิ์ดำเนินการ แต่การก่อสร้างมาแล้วเสร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งพระราชทานพระราชทรัพย์ให้ราชบัณฑิตยสภาดำเนินการก่อสร้าง ขณะนั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเป็นนายกราชบัณฑิตยสภาและสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงดำเนินการก่อสร้างจนเสร็จสิ้น ได้มีพิธีอัญเชิญพระอัฐิจากพระราชวังบวรสถานมงคลไปประดิษฐานใน พ.ศ. 2470

ไฟล์:พระประธานวัดชนะ.jpg

วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2555

นิทรรศการศิลปะยาตรา “ภาพพระภูมิฟ้า น้อมโน้มโลมดิน”

นิทรรศการศิลปะยาตรา “ภาพพระภูมิฟ้า น้อมโน้มโลมดิน”

หนึ่งในไฮไลท์ของงานบีโอไอแฟร์ 2011 ที่ผู้เข้าชมงานจะพลาดไม่ได้คือ นิทรรศการศิลปะยาตรา “ภาพพระภูมิฟ้า น้อมโน้มโลมดิน” โดยอาจารย์ธีระพันธุ์ ลอไพบูลย์ ซึ่งได้จัดแสดงเป็นนิทรรศการเคลื่อนที่ไปทั้ง 77 จังหวัด เป็นการนำภาพจิตรกรรมจำนวนหนึ่งมาจัดแสดง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วประเทศได้มีโอกาสร่วมแสดงความจงรักภักดี ด้วยการร่วมลงนามถวายพระพรเนื่องในวโรกาสเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา
สำหรับเจตนารมณ์ของการแสดงนิทรรศการศิลปะยาตราของอาจารย์ธีระพันธ์ นั้นไม่ได้ต้องการเพียงให้คนมาดูหรือมาชื่นชมภาพวาด แต่อยากให้ทุกคนมาดูว่าพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงทำอะไรบ้างเพื่อพสกนิกรของพระองค์
ความพิเศษของการแสดงนิทรรศการอยู่ตรงที่ประชาชนสามารถร่วมลงนามถวายพระพรผ่านจอระบบสัมผัสขนาดใหญ่ได้ด้วยลายมือตนเอง ซึ่งรายละเอียดของการจัดนิทรรศการศิลปะยาตรา “ภาพพระภูมิฟ้า น้อมโน้มโลมดิน” เหตุการณ์ต่างๆ รวมถึงรายละเอียดผู้ลงนาม ถวายพระพรผ่านจอระบบสัมผัส จะถูกเก็บบันทึกและรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายต่อไป
พบกับนิทรรศการศิลปะยาตรา “ภาพพระภูมิฟ้า น้อมโน้มโลมดิน” ได้ที่บริเวณด้านข้างซัมซุงพา
วิลเลี่ยน โซนทะเลสาบ วันที่ 5-20 มกราคม 2555